รับทำ Feasibility Stududy

ศึกษาความเป็นไปได้โครงการอสังหาริมทรัพย์  วิเคราะห์ศักยภาพที่ดิน สำรวจตลาดอสังหาฯ ช่วยให้การลงทุนมีความเป็นไปได้สูงสุด

การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ดี จะต้องสามารถสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าได้ เหมาะสมกับกำลังซื้อ และสามรถปิดโครงการได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งจะทำให้การลงทุนมีความเป็นไปได้และประสบความสำเร็จในที่สุด 

“มีเงินลงทุนมากมาย แต่สินค้าไม่ตรงความต้องการของลูกค้า ไม่สามารถปิดการขายได้ ก็ไร้ความหมาย”

บริการรับทำ Feasibility Study ศึกษาความเป็นไปได้การลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์

ศึกษาความเป็นไปได้โครงการอสังหาริมทรัพย์ บ้านจัดสรร คอนโด โรงแรม อพาร์ทเม้นท์ และโครงการอสังหาริทรัพย์อื่นๆ จัดทำแผนธุรกิจเพื่อยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน โดยวิเคราะห์ด้านต่างๆ ดังนี้

  1. ศึกษาความเป็นไปได้ด้านทำเลที่ตั้ง รวมทั้งลักษณะทางกายภาพโครงการ (Physical Feasibility Study)
  2. ศึกษาความเป็นไปได้ด้านข้อกฎหมาย (Legal Feasibility Study)
  3. ศึกษาความเป็นไปได้ทางการตลาด (Marketing Feasibility Study)
  4. ศึกษาความเป็นไปได้ด้านการเงิน (Financial Feasibility Study)
Previous
Next

1. ศึกษาความเป็นไปได้ด้านกายภาพ ทำเลที่ตั้ง

ศึกษาความเป็นไปได้ด้านกายภาพของที่ดิน (Physical Feasibility Study)
โดยศึกษา ลักษณะที่ดิน ฉโนดที่ดิน รูปร่าง หน้ากว้าง และความเหมาะสมที่จะนำมาพัฒนาโครงการ เช่น

  1. ศึกษาลักษณะกายภาพของที่ดิน เช่น ความสูงต่ำของที่ดินต้องถมเพิ่มเท่าใด หน้ากว้าง รูปร่างที่ดิน เหมาะสมกับการนำมาพัฒนาโครงการหรือไม่ 
  2. ศึกษาการเข้า-ออกสู่ที่ดิน สำรวจถนนหน้าโครงการ ความกว้างถนน ความลึกจากถนนใหญ่ ศึกษาการเดินทาง ว่าสามารถเข้าถึงได้สะดวกหรือไม่ มีระบบขนส่งในบริเวณใกล้เคียงหรือไม่ เป็นต้น
  3. ดูสภาพแวดล้อม และสิ่งอำนวยความสะดวก และสาธารณูปโภคเช่น แหล่งงานและแหล่งชุมชนอยู่ใกลมากน้อยเพียงใด เหมาะสมที่จะนำมาพัฒนาหรือไม่
  4. สำรวจระบบน้ำไฟใกล้เคียง ต้องขยายเขตหรือไม่ ระบบน้ำเพียงพอหรือไม่ ต้องทำระบบน้ำบาดาลเพิ่มหรือไม่ มีท่อระบายน้ำหรือไม่ เป็นต้น
Previous
Next

2. ศึกษาความเป็นไปได้ด้านข้อกฎหมาย

ศึกษาความเป็นไปได้ทางด้านข้อกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ (Legal Feasibility Study) ดังนี้

  1. ตรวจสอบกฎหมายผังเมืองเพื่อดูว่าโครงการที่เราจะสร้างนั้นสามารถพัฒนาได้หรือไม่ และสามารถสร้างได้มากน้อยเพียงใด รูปแบบใดบ้าง
  2. ตรวจสอบข้อบัญญัติท้องถิ่นที่กำหนดบริเวณห้ามสร้างต่างๆ เพื่อดูว่าพื้นที่โครงการเราสามารถก่อสร้างอาคารได้หรือไม่ มีข้อจำกัดอะไรบ้าง
  3. ตรวจสอบแนวเวนคืนที่ดินกับทางราชการ ที่ดินเราอยู่ในแนวเวนคืนหรือไม่
  4. ตรวจสอบกฎหมายการพัฒนาโครงการเฉพาะทางเช่น กฏหมายจัดสรร กฎหมายอาคารชุดเป็นต้น
  5. ตรวจสอบกฎหมายควบคุมอาคารประเภทต่างๆ เพื่อใช้ในการออกแบบโครงการ เช่น ระยะร่น ระยะห่างระหว่างอาคาร ฯลฯ เป็นต้น
  6. ตรวจสอบกฎหมายสิ่งแวดล้อม EIA
Previous
Next

3. ศึกษาความเป็นไปได้ทางการตลาด

ศึกษาความเป็นไปได้ทางการตลาด (Marketing Feasibility Study) เป็นการสำรวจสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ในบริเวณใกล้เคียงว่าเหมาะกับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์หรือไม่

  1. ดูภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพน์ ว่าน่าลงทุนหรือไม่ โดยดูปัจจัยต่างๆที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาฯ เช่น การเมือง เศรษฐกิจ การมีงานทำของประชากร ฯลฯเป็นต้น
  2. ดูอุปสงค์-อุปทานในพื้นที่ว่ามีแนวโน้มเป็นอย่างไร
  3. ศึกษาคู่แข่ง  โดยสำรวจดูว่าตลาดส่วนใหญ่เป็นแบบใด มี Demand มากน้อยเพียงใด โดยต้องลง Survey ในพื้นที่เพื่อดูสภาพตลาด และนำมาเป็นข้อมูลในการพัฒนาโครงการ เช่น การออกแบบ ตั้งราคา การกำหนดพื้นที่ ฯลฯ เป็นต้น
  4. ศึกษาข้อมูลกลุ่มลูกค้า โดยดูว่าในพื้นที่มีแหล่งงานหรือไม่ เป็นแหล่งงานประเภทใด ศึกษากลุ่มลูกค้าจากโครงการคู่แข่งใกล้เคียง  วิเคระห์รายได้ กำลังซื้อ รสนิยม และความต้องการของลูกค้าในพืนที่นั้น
  5. กำหนดตำแหน่งทางการตลาด และรวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาพัฒนาโครงการ
Previous
Next

4. ศึกษาความเป็นไปได้ทางการเงิน

ศึกษาความเป็นไปได้ทางการเงิน (Financial Feasibility Study) เป็นการคำนวณผลตอบแทนการลงทุนโครงการ โดยทางเราจะวางผังโครงการ และใช้พื้นที่ ราคาขาย และข้อมูลทางการตลาดที่สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้ามาจัดทำตัวเลขทางการเงิน

  1. การประมาณการรายรับของโครงการ อันได้แก่ ค่าเช่า รายได้อื่นๆ อัตราการเช่า รายละเอียดการชำระเงิน ฯลฯ
  2. การประมาณการค่าใช้จ่ายในการพัฒนาโครงการ ได้แก่ ต้นทุนที่ซื้อมา ค่าปรับปรุงซ่อมแซมใหม่ ค่าดำเนินการที่เกี่ยวข้อง เช่น การขออนุญาตต่างๆ การบริหารโครงการ การบริหารงานก่อสร้าง ภาษี ฯลฯ

    การประมาณการสัดส่วนของเงินลงทุน เงินกู้ ดอกเบี้ยเงินกู้

  3. การประมาณการกระแสเงินสดของโครงการ (Cash Flow Projection)
  4. การประมาณการผลตอบแทนของโครงการ เช่น
    – มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (Net Present Value)
    – ผลตอบแทนภายในของโครงการ (Internal Rate of Return)
    – ผลตอบแทนต่อเงิน- ลงทุนของโครงการ (Return of Investment)
    – ผลตอบแทนเฉพาะส่วนเงินลงทุนของเจ้าของ (Return of Equity)
    – ระยะเวลาในการคืนทุน (Payback Period) เป็นต้น
  5. ทำ Scenario Analysis เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบต่างๆในอนาคต ที่จะส่งผลถึงโครงการทั้งดีและไม่ดี
  6. สรุปความเป็นไปได้ทางด้านการเงิน

ขั้นตอนการทำงาน

  • พูดคุยสอบถามความต้องการ

    เราจะนัดลูกค้าเข้ามาพูดคุยเพื่อทราบความต้องการเบื้องต้นของลูกค้า ชี้แจงรายละเอียดและขอบเขตการให้บริการ ตลอดจนลูกค้าเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องให้กับทีมงาน

  • ตรวจสอบข้อกฎหมาย

    เริ่มงานแรกสิ่งที่เราจะทำคือ ตรวจสอบข้อกฎหมายต่างๆ เพื่อดูว่าที่ดินนั้นอยู่ในบริเวณห้ามสร้าง หรือ ผังเมืองกำหนดให้สร้างเป็นรูปแบบใดได้บ้าง

  • ลงพื้นที่สำรวจที่ดิน

    เราจะสำรวจลักษณะทางกายภาพที่ดินโครงการ ทั้งถนนเข้าออก ตรวจสอบความกว้างของถนน ระบบน้ำไฟ สาธรณูปโภค สภาพแวดล้อมต่างๆ

  • ลงพื้นที่สำรวจคู่แข่ง

    สำรรวจโครงการอสังหาริมทรัพย์ในบริเวณใกล้เคียง เพื่อเก็บข้อมูล และน้ำมาวิเคราะห์พัฒนาโครงการ

  • วิเคราะห์สภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์

    วิเคราะห์ข้อมูล Demand - Supply โครงการที่อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง สำรวจความต้องการกลุ่มลูกค้า

  • วิเคราะห์ผลตอบแทนการลงทุน

    เราจะจัดทำผังโครงการเบื้องต้น ตามข้อมูลทางการตลาด และนำมาคำนวณเป็นผลตอบแทนการลงทุนโครงการ

  • สรุปผลการศึกษาและนำเสนองาน

    นำข้อมูลที่ได้มาจัดทำเป็นเล่มรายงาน และนำส่งให้ลูกค้า พร้อมทั้งชี้แจง อธิบายรายละเอียดผลการดำเนินงาน โดยส่งงานเป็นเล่มรายงาน ไฟล์สรุป และ ไฟล์งานที่เกี่ยวข้อง

ผลงานบางส่วน

เราให้บริการรับศึกษาความเป็นไปได้เฉพาะโครงการอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น เช่น บ้านจัดสรร คอนโด อพาร์เม้นท์ โรงแรม รีสอร์ท บ้านเช่าต่างๆ เป็นต้น

ระยะเวลาในการทำงานโดยประมาณ 30 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรายละเอียดความต้องการของลูกค้า ความยากง่ายของแต่ละงานด้วย

  1. เตรียมสำเนาโฉนดที่ดินขนาดเท่าตัวจริง และระวางที่ดิน(ถ้ามี)
  2. เตรียมสำเนารังวัดที่มีขนาดบุความยาวของที่ดินแต่ละด้าน (ถ้ามี จะสามารถวางผังได้ละเอียดยิ่งขึ้น ) หากไม่มีทางเราจะหาขนาดอ้างอิงกับระยะในโฉนด และระวางที่ดินโดยใกล้เคียงกับพื้นที่จริง
  3. แจ้งความต้องการของลูกค้าในเบื้องต้น รูปแบบโครงการ ,ต้องการทำเป็นรูปแบบเช่า หรือ ขาย เป็นต้น

  1. คำแนะนำในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เหมาะสมและเป็นไปได้มากที่สุดในทำเลนั้นๆ
  2. ขนาด จำนวน ราคาขาย และรูปแบบอาคารที่ควรพัฒนา
  3. ทราบถึงลักษณะกลุ่มลูกค้าของโครงการ เช่น ไลฟ์สไตล์ กำลังซื้อ ความต้องการ ฯลฯ
  4. Cash Flow แสดงกระแสเงินสด รายรับ-จ่าย และกำไรจากการพัฒนาโครงการ ในรูปแบบ GPM / NPM / IRR / NPV / ROI / ROE  ฯลฯ
  5. เล่มรายงานพร้อมไฟล์สรุปประเด็นเพื่อเป็นแนวทางตัดสินใจในการพัฒนาโครงการ
  6. เล่มรายงานนี้สามารถนำไปประกอบการยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินได้

ปรึกษาการลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์